วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทที่ 1
ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว




การท่องเที่ยวเป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งของนันทนาการ (Recreation) ซึ่งคล้ายกับกิจกรรมทางการกีฬา หรืองานอดิเรก และการใช่เวลาว่าง นอกจากนี้เมื่อการท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับการเดินทาง จึงมีปัญหาตามมาว่า การเดินทางที่จัดเป็นการท่องเที่ยวต้องมีจุดประสงค์อย่างไร และการเดินทางด้วยระยะทางเท่าใด

ด้วยปัญหานี้ จึงมีการพยายายมที่จะให้คำจำกัดความของคำว่าการท่องเที่ยวหลายครั้ง จนในปี พ.ศ.2506 ได้ยอมรับข้อเสนอเกี่ยวกับคำจำกัดความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ต่อมาได้กลายเป็นองกรค์การท่องเที่ยวโลกในปี พ.ศ.2513

การเดินทางที่จัดเป็นการท่องเที่ยวต้องมีลักษณะดังนี้
  • เป็นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยไปยังที่อื่นเป็นการชั่วคราว
  • เป็นการเดินทางด้วยการสมัครใจ
  • เป็นการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตามที่มิใช่เพื่อการประกอบอาชีพและการหารายได้

นักท่องเที่ยว(Tourist) คือผู้มาเยือนชั่วคราว และพักอาศัย ณ สถานที่ท่ไปเยี่ยมเยือนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ด้วยจุดประสงค์เพื่อใช่เวลาว่าง เพื่อนันทนาการ สุขภาพ กีฬา เป็นต้น
นักทัศนาจร(Excursionist) คือผู้มาเยือนชั่วคราว และพักอาศัย ณ สถานที่ไปเยี่ยมเยือนไม่เกิน 24 ชั่วโมงรวมถึงการเดินทางด้วยเรือสำราญ (Cruise Travellers) แต่ไม่รวมผู้โดยสารผ่าน (Transit)

การท่องเที่ยวได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการสถิติแห่งองค์การสหประชาชาติใน 2 ประเด็น ได้แก่ การท่องเที่ยว ประกอบด้วยกิจกรรมของผู้เดินทางไปยังสถานที่อื่นใดที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยปกติ , การใช้แนวคิดที่กว้างนี้ทำให้มีความเป็นที่จะนิยมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศได้

วัตถุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยว

การเดินทางเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานและพักผ่อน(Holiday) เป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน รื่นเริง อาทิ การเดินทางไปอาบแดดชายทะเล การเดินทางไปเล่นน้ำตก เป็นต้น การเดินทางเพื่อธุรกิจ(Business) เป็นการเดินทางที่ควบคู่ไปกับการทำงานแต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบอาชีพ หรือหารายได้จากสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวนั้น อาทิ การเดินทางไปสำรวจตลาด การเดินทางไปท่องเที่ยวของพนักงานดีเด่น เป็นต้นการเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ยังมีการเดินทางอีกจำนวนหนึ่งนอกเหนือจากการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการ ข้างต้น อาจเรียกว่าเป็นการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะ และสลับซับซ่อนมากกว่าการไปพักผ่อนหรือประชุม อาทิ การเดินทางไปศึกษาธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น

ประเภทการท่องเที่ยว

การแบ่งตามสากล ได้แก่การแบ่งโดยใช้ประเทศเป็นกำหนด

  • การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism)
  • การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ (Inbound Tourism)
  • การท่องเที่ยวนอกประเทศ (Outbound Tourism)

การแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง จำเป็นต้องพิจารณาถึงกิจกรรมหลักของการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ณ สถานที่นั้นๆ เป็นหลัก อาจแบ่งได้เป็น

  1. การท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลินและพักผ่อน
  2. การท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ
  3. การท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษแต่สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ , การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา , การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม , การท่องเที่ยวเพือ่สัมผัสชาติพันธ์และวัฒนธรรมพื้นถิ่น , การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา

องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่อจากการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่ประกอบด้วย การเดินทางที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งและกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างอยู่ ณ สถานที่นั้น มนุษย์เรามีความต้องการในการดำรงชีวิตเหมือนๆกัน ไม่ว่าจะเป็น ที่พัก อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ้งห่ม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงหมายถึง ธุรกิจการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ต้องอาศัยแรงงาน การลงทุน เทคนิควิชาชีพเฉพาะ มีการวางแผน และการตลาดเช่นเดียวกับ อุตสาหกรรมที่จับต้องไม่ได้ และไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผุ้ซื้อ หากแต่ผู้ซื้อต้องการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีองประกอบที่สำคัญ 2 ประการได้แก่ -องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว -องประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการ

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว

  • สิ่งดึงดูดใจ
  • ธุรกิจการคมนาคม
  • ธุรกิจที่พักแรม
  • ธุรกิจร้านอาหาร
  • ธุรกิจนำเที่ยว





















































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น